ธุรกิจมาแรงปี 2017 รู้ก่อนรวยก่อน!

ธุรกิจ

1.อาหารพร้อมรับประทาน

เนื่องจากตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มีข้อจำกัดด้านเวลาและความสะดวกสบาย โดยกลุ่มนี้มีแนวโน้มเติบโต 6-7% ในช่วง 5 ปีข้างหน้าและได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของร้านค้าปลีกอย่างรวดเร็วในปีหน้า

  1. นมถั่วเหลือง นมวัวสดแบบพรีเมียม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ

จากการเติบโตของกระแสคนรักสุขภาพ หนุนให้สินค้าในกลุ่มนี้มีโอกาสเติบโต 7-10% ในปี 2017 โดยจะเน้นกระบวนการผลิตแบบธรรมชาติตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยกลุ่มผู้รักสุภาพให้ความสนใจคุณภาพและความปลอดภัยมากกว่าราคา

  1. เครื่องดื่มหรือขนมรสชาติแปลกใหม่

ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคกลุ่ม Generation Z เนื่องจากผู้บริโภคกลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่มีอายุน้อยแต่กลับมีอำนาจซื้อสูงและยินดีจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของตนเอง เน้นความแปลกใหม่สะดุดตา เมื่อซื้อแล้วทำให้รู้สึกเป็นผู้นำกระแสของกลุ่ม

4.บริการจัดส่งวัตถุดิบ

ซึ่งเป็นบริการจัดส่งวัตถุดิบ ล้าง ปอกเปลือก หั่น และเครื่องปรุงต่างๆ ที่พร้อมสำหรับประกอบอาหารในปริมาณที่พอเหมาะสำ หรับอาหารหนึ่งมื้อ โดยจะมีคู่มือพร้อมรูปประกอบซึ่งอธิบายขั้นตอนการทำอาหารชนิดนั้นๆ ซึ่งผู้บริโภคสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้เที่ยงตรงกว่าการออกไปทานร้านอาหารนอกบ้านและเลี่ยงหนีปัญหาการจราจร

5.ธุรกิจบริการรถเช่าระยะสั้น

เป็นการให้บริการเช่ารถสำหรับสมาชิกเท่านั้น สำหรับการเดินทางด้วยระยะทางหรือเวลาสั้นๆ ภายในเมือง โดยธุรกิจลักษณะนี้มีเป้าหมายเพื่อตอบโจทย์แก่ผู้บริโภคที่ไม่มีความต้องการซื้อรถยนต์หรือผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบชุมชนเมือง โดยผู้บริโภคไม่ต้องมีรถเป็นของตนเอง ลดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล ค่าสึกหลอของรถยนต์

6.เฟอร์นิเจอร์จากไม้ยางพารา

ประเทศไทยมีต้นยางพาราที่มีอายุมากกว่า 25 ปี จำนวนมาก ซึ่งจะให้ผลผลิตน้ำยางน้อยลงจึงทำให้เกษตรกรต้องโค่นต้นยางพาราเพื่อปลูกใหม่ ส่งผลให้มีไม้ยางพาราออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก การส่งออกไม้ยางพาราของไทยไปยังจีนคาดว่าจะยังเติบโตขึ้นในอนาคตจากทั้งการขยายตัวของอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และอสังหาริมทรัพย์ในจีน โดยผู้ประกอบการไทยควรพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยเน้นการออกแบบเพื่อให้สามารถแข่งขันกับมาเลเซียและจีนได้

 

  1. กลุ่มสินค้าสำหรับผู้สูงอายุ

จํานวนผู้สูงอายุ (วัย 60 ปีขึ้นไป) ในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2565 ประเทศไทยจะมีประชากรผู้สูงอายุจำนวนสูงถึง 13.6 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.5 หรือ 1 ใน 5 ของประชากรทั้งประเทศ โดยคาดว่าสินค้ากลุ่มดั่งต่อไปนี้จะมีการเติบโต

– บ้านสำหรับผู้สูงอายุ

– ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเพื่อชะลอวัย

– สินค้าเน้นทางโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ

– ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ

8.ธุรกิจโดรนและอุปกรณ์

ตลาดอากาศยานไร้คนขับไทยเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% เริ่มเห็นการนำโดรนไปใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น ทั้งอุตสาหกรรมการเกษตรการผลิตแผนที่ การตรวจตราภายในอาคาร ธุรกิจผลิตภาพยนตร์ การถ่ายภาพ และธุรกิจสื่อเป็นหลัก

9.สมาร์ทฟาร์มมิ่ง

ในอนาคตความต้องการบริโภคผลผลิตทางการเกษตรและเนื้อสัตว์ต่อคนจะเพิ่มขึ้นมากจากจำนวนประชากรโลก เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีการเกษตรที่จะพัฒนาระบบซึ่งออกแบบเฉพาะให้เหมาะสมกับพันธุ์พืชและสภาวะอากาศของไทยในราคาไม่สูงนัก

  1. อาหารเสริมบำรุงร่างกาย สมอง และสายตา

ตลาดที่มีศักยภาพในการซื้ออาหารเสริมซึ่งเป็นกลุ่มผู้บริโภควัยทำงาน และวัยกลางคน (อายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไป) โดยสาเหตุส่วนใหญ่มาจากความเครียดจากการทำงาน การพักผ่อนไม่เพียงพอ และการใช้สายตามากเกินไป จากพฤติกรรมดังกล่าวสะท้อนได้ว่าเมื่อผู้บริโภคมีอายุมากขึ้นก็จะมีความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพมากกว่าความสวยความงาม สอดคล้องกับผลสำรวจที่พบว่าผู้บริโภคกลุ่มนี้ทั้งเพศชายและเพศหญิงมีแนวโน้มออกกำลังกายเพื่อดูแลตัวเองมากขึ้น

11.บริการขนส่ง

ในไทยยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยมีปัจจัยหนุนจากพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคที่คุ้นชินและหันมาซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นประกอบกับการจับจ่ายต่อครั้งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยการเติบโตดังกล่าวจะทำให้เกิดอุปสงค์โดยตรงต่อการขนส่งสินค้าที่ซื้อขายทาง e-Commerce มากขึ้น จึงเป็นโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่ที่จะเข้ามาให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัดได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างของตลาดได้

 

12.สถาบันสอนออนไลน์

ผู้บริโภคจำนวนมากต้องการเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อการก้าวหน้าในอาชีพ การเรียนแบบออนไลน์ค่อนข้างเป็นที่นิยมเพราะสามารถลดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลา และเลือกบทเรียนได้ตรงความต้องการ โดยการสอนมีทั้งสอนสดและแบบวีดีโอ ในด้านผู้ประกอบการสามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำและสามารถขายทักษะได้ทั่วประเทศ  ไม่ต้องลงทุนสร้างโรงเรียนเหมือนในอดีต

Comments are currently closed.