ชาผู่เอ่อร์กับคุณประโยชน์ของชาบำรุงร่างกาย

ปัจจุบัน ชาผู่เอ๋อร์ กลับมาได้รับความนิยม จึงทำให้ศิลปะในการหมักบ่ม และการชงชาผู่เอ่อร์แต่โบราณได้ถูกนำมาศึกษาวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีก ครั้งหนึ่ง โดยประเภทและชนิดของชาผู่เอ่อร์นั้น ล้วนมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของสรรพคุณ วิธีการชงชา การเก็บรักษาใบชา หรือแม้แต่ความสะดวกในการพกพา
สำหรับชาผู่เอ๋อร์ เป็นชาที่ได้รับความนิยมของ ชาวจีน เพราะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพ และให้ความสำคัญกับเรื่องของรสชาติในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ใบชาผู่เอ่อร์จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมจีนมากขึ้นและยังโด่งดังไปจนถึงฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ อเมริกา ฝรั่งเศส รวมถึงประเทศไทยด้วย
เมื่อชาผู่เอ่อร์กลับมาได้รับความนิยม จึงทำให้วิธีในการหมักบ่ม และการชงชาผู่เอ่อร์แต่โบราณได้ถูกนำมาศึกษาวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยประเภทและชนิดของชาผู่เอ่อร์นั้น ล้วนมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของสรรพคุณ วิธีการชงชา การเก็บรักษาและความสะดวกในการพกพา ด้วยสรรพคุณทางด้านตัวยาของชาผู่เอ่อร์ในปัจจุบัน จึงทำให้มีการตระหนักถึงคุณค่า โอกาส และความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของชาผู่เอ่อร์
สรรพคุณของชาผู่เอ่อร์
1. ช่วยในการละลายไขมัน และควบคุมน้ำหนักที่สามารถช่วยในการละลายไขมัน และมีผลต่อการลดน้ำหนักด้วย
2.ช่วยลดความดันโลหิต และปัญหาที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตันสามารถ ลดไตรตรีเซอไรต์ โคเลสเตอร์รอล กรดยูริค และกรดไขมันในร่างกายให้น้อยลง
3.ช่วยป้องกันและต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
4.ช่วยปกป้อง และดูแลสุขภาพฟัน เพราะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคในช่องปากได้ จึงเป็นการช่วยดูแลสุขภาพในช่องปาก และลดการเกิดกลิ่นปากได้
5.ช่วยเคลือบและดูแลกระเพาะอาหาร
6.ช่วยชะลอความชราภาพ และเสริมความงาม เพราะมีวิตามินซี และวิตามินอีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยในการชะลอความแก่ชรา และเสริมความงามของผิวพรรณให้กับผู้ดื่มชาผู้เอ่อร์อีกด้วย
7.ช่วยให้นอนหลับง่ายและขับถ่ายสะดวก

 

กระบวนการผลิตชาแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน

การผลิตชาถือได้ว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

เพราะด้วยความประณีต และการควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ชาหลากหลายชนิดและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะได้ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากชาต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนต่างๆซึ่งชาแต่ละชนิด แต่ละประเภทก็จะมีขั้นตอนที่ต่างกัน การผลิตทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสมสำหรับชาเพื่อให้มีคุณภาพผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชาตรงตามมาตรฐานสากล โดยเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการสวนจะต้องมีความจริงใจใจกิจกรรมที่กำหนด

ชาแต่ละชนิดจะมีลักษณะ สี กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ได้แก่ องค์ประกอบทางเคมีของใบชาและกระบวนการผลิตชา โดยองค์ประกอบทางเคมีของใบชาที่แตกต่างกันเป็นผลมาจากสายพันธุ์ชา สภาพพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ ความอุดมสมบรูณ์ของ ดิน น้ำ และการดูแลรักษา ซึ่งองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันนี้จะส่งผลต่อปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ได้ชาที่มีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันไป กระบวนการผลิตชาถือได้ว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะด้วยความประณีต และการควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ชาหลากหลายชนิดและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะได้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มาจากชา ต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนต่างๆซึ่งชาแต่ละชนิด แต่ละประเภทก็จะมีขั้นตอนที่ต่างกัน

การจัดประเภทชาตามกระบวนการแปรรูป

- ชาขาว: ตูมชาและยอดอ่อนชาที่ถูกทิ้งให้สลด แต่ไม่ได้บ่ม เมื่อชงชาแล้วจะได้ครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อน
- ชาเหลือง: ใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลด และไม่ได้บ่ม แต่ทิ้งใบชาให้เป็นสีเหลือง
- ชาเขียว: ใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลดและไม่ได้บ่ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีเขียวอ่อน
- ชาแดง: ใบของชาเขียวที่ผ่านกระบวนการออกซิเดชั่นหรือการหมัก จนได้เป็นใบชาสีเข้ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีน้ำตาลแดง
- ชาอูหลง: ใบชาที่ทิ้งให้สลด นวด และบ่มเล็กน้อย เครื่องดื่มที่ได้จะมีสีเขียวทอง
- ชาดำ: ใบชาที่ทิ้งให้สลด และผ่านการบ่มเต็มกระบวนการ เครื่องดื่มที่ได้มีสีแดงเข้มจนถึงสีดำ
- ชาหมัก: ชาเขียวที่ผ่านกระบวนการหมักนานนับปี

ความแพร่หลายในการดื่มชาดำเพื่อสุขภาพ

ชา เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลก

หลายคนหลายประเทศให้ความสนใจการดื่มชาเพราะชาเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความละเมียดละไม เป็นศิลปะ เป็นวัฒนธรรม และเป็นรสชาติของชีวิตถึงแม้ว่าชาจะเจริญเติบโตได้ดีไม่ว่าอากาศร้อนหรือหนาว ชาเป็นพืชที่นำมาทำเป็นเครื่องดื่มเป็นที่นิยมบริโภคของคนทั่วโลกเช่นเดียวกับกาแฟและโกโก้ โดยจีนเป็นประเทศแรกที่เริ่มนำชามาทำเป็นเครื่องดื่ม จากนั้นความนิยมในการดื่มนํ้าชาก็ได้แพร่กระจายไปทั่วโลก ทั้งในทวีปอเมริกา ยุโรป เอเชีย และในบางประเทศของทวีปแอฟริกาด้วย

ในบรรดานักดื่มชาทั่วโลก ชาวอังกฤษถือได้ว่ามีการดื่มชามากที่สุด คือ ดื่มคนละ 3.06 กิโลกรัม/ปี รองลงมาได้แก่ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ อิรัก ฮ่องกง อินเดีย และไทยตามลำดับ ชาเป็นพืชกึ่งร้อน สามารถขึ้นได้ดีในเขตอบอุ่นและมีฝน ผลผลิตชาส่วนใหญ่จะอยู่ในทวีปเอเชียโดยพื้นที่ที่มีการปลูกชามากจะอยู่ระหว่างแนวเหนือใต้ ตั้งแต่ประเทศญี่ปุ่นถึงอินโดนีเซีย และแนวตะวันออก-ตก จากประเทศอินเดียถึงญี่ปุ่น เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้จะอยู่ในเขตมรสุมมีอากาศอบอุ่นและมีปริมาณนํ้าฝนมากเหมาะกับต้นชาที่กำลังเจริญเติบโต

การดื่มชาไม่เพียงแค่จะช่วยเผาผลาญไขมันเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เรามีความกระฉับกระเฉงมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งทำให้เรามีความคล่องแคล่วทั้งการทำงานในแต่ละวัน รวมไปถึงการออกกำลังกายด้วย ชาดำที่เป็นที่รู้จักกันมากและเป็นที่นิยมสูง สีของน้ำชาดำจะออกสีน้ำตาลแดงไปจนถึงน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ รสชาติละมุนกลมกล่อม ชุ่มคอและบางทีอาจจะมีรสชาติพิเศษแตกต่างไปจากปกติ ซึ่งขึ้นอยู่กับคุณภาพใบชาและกระบวนการหมักที่ต่างกันออกไปแล้วแต่ผู้ผลิต ชาดำเป็นชาที่ผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์ แต่จะต่างจากชาอูหลงตรงที่ชาอูหลงนั้นใช้กระบวนหารหมักแบบวิธีการออกซิเดชั่น แต่ชาดำใช้กระบวนการหมักโดยแบคทีเรียเหมือนการเพาะป่มไวน์ กระบวนการนี้ทำให้สามารถหมักชาได้อย่างเต็มที่ ยิ่งป่มนานยิ่งได้รสชาติ

ชาดำเป็นชาที่แพร่หลายมากที่สุดชนิดหนึ่ง

โดยเกิดจากการเอาใบชาสายพันธุ์ Camellia sinensis มาผ่านกระบวนการบ่มชา อบแห้ง และบดใบชา ชาชนิดนี้จะมีรสชาติขมเล็กน้อย และมีปริมาณคาเฟอีนมากที่สุดในบรรดาชาด้วยกัน ชาดำนั้นจะอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น Theflavins, Thearubigins เป็นต้น ซึ่งจะมีส่วนในการช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย มีการศึกษาพบว่า คนที่ดื่มชาดำประมาณ 3 ถ้วยต่อวัน จะมีโอกาสเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันลดลงถึง 21%

สุดยอดใบชาจากทั่วทุกมุมโลก

ใครจะรู้บ้างว่า ชาที่เรานิยมดื่มกันนี้ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 4,000 ปีแล้ว เริ่มจากจักรพรรดิ “เฉิน หนง” บิดาแห่งสมุนไพรโลก ที่โปรดจิบน้ำต้มสุกเสมอ เมื่อครั้งเสด็จประพาสกลางป่า แล้วมีใบไม้ร่วงหล่นลงมาจากต้น ลงสู่ถ้วยน้ำของพระองค์โดยบังเอิญ เมื่อทรงดื่มก็ทำให้กระชุ่มกระชวยขึ้น จึงสั่งให้ข้าราชบริพารไปสืบค้น และคิดว่าใบไม้นั้นน่าจะเป็นสมุนไพร ซึ่งคือใบชานั่นเอง

“ชา” เป็นพืชยืนต้นที่ชอบอากาศอบอุ่น ความชื้นพอเหมาะและมีปริมาณน้ำฝนเพียงพอ สามารถขึ้นได้ในบริเวณพื้นราบจนถึงพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลถึง 2,000-2,500 เมตร เนื่องจากชาสามารถขึ้นได้ในทุกพื้นที่ ดังนั้นความสูงของพื้นที่เพาะปลูกจึงเป็นตัวแปรสำคัญตัวหนึ่งที่ทำให้รสชาติและคุณภาพของชาแตกต่างกันออกไป

จนถึงปัจจุบันมีแหล่งสุดยอดใบชาคัดสรรจากทั่วโลก ซึ่งแบ่งได้ 4 ชนิด ได้แก่ ชาขาว คือ ใบตูมหรือยอดอ่อนของใบชาที่ยังไม่บาน นำมาผ่านความร้อนแล้วทำให้แห้ง, ชาเขียว คือใบชาที่นำมาผ่านความร้อนแล้วทำให้แห้ง, ชาอู่หลง เป็นใบชาที่นำมาบ่ม นวด แล้วนำไปหมักครึ่งกระบวนการและทำให้แห้ง, ชาดำ เป็นใบชาที่นำมาบ่ม หรือตัดใบให้มีขนาดเล็กลง นวดหมักเต็มกระบวนการและทำให้แห้ง และชาแต่งรส คือใบชาแห้งที่ถูกนำมาแต่งรสหรือกลิ่นตามต้องการ ส่วนใหญ่เป็นรสหรือกลิ่นผลไม้ ดอกไม้

สำหรับประเพณีการดื่มชา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีทั่วโลกนั้นมีอยู่ 4 ประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น พิธีชงชาเป็นพิธีการเตรียมผงชา เพื่อเสิร์ฟให้แขก เจ้าภาพและแขกผู้เข้าร่วมพิธี จะได้ดื่มด่ำกับการผ่อนคลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับธรรมชาติและจักรวาล, ประเทศอังกฤษ ในศตวรรษ ที่ 18 ความนิยมดื่มชาของชาวอังกฤษเพิ่มขึ้น อย่างมาก โดยนิยมดื่มชาในสวน และการดื่มชายามบ่ายซึ่งยังคงนิยมอยู่จนขณะนี้, ประเทศจีนนั้น ชาที่นิยมดื่มมากคือ ชาเขียวและชาแต่งกลิ่น เพื่อสร้างความสดชื่น และเสิร์ฟหลังอาหารเพื่อช่วยในการย่อย ส่วนประเทศในตะวันออกกลาง ที่รายล้อมไปด้วยทะเลทราย ทำให้ชาเขียวเป็นที่นิยมดื่มเพื่อดับกระหาย คลายร้อน ส่วนชาดำมักดื่มแบบอุ่นๆ ทั้งสองชนิดจะใส่น้ำตาลในปริมาณมาก เสิร์ฟท่ามกลางบรรยากาศการพูดคุยอย่างผ่อนคลาย

ชาขาว ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ

ธุรกิจขายชาขาวคุณภาพ ด้วยคุณสมบัติพิเศษเฉพาะตัว ตอบสนองคนรักสุขภาพได้ตรงประเด็น ด้วยวัตถุดิบที่คัดสรรมาจากธรรมชาติล้วนๆ อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ที่เข้าถึงการแก้ปัญหาเรื่องน้ำหนัก และอาการอยากบุหรี่ในตัวบุคคลได้ ด้วยรสชาติที่หอมอร่อย เพราะมีการดัดแปลงรสชาติด้วยกลิ่นผลไม้ กลิ่นสมุนไพร และกลิ่นดอกไม้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ที่สำคัญยังเป็นที่นิยมของคนต่างชาติในกลุ่มผู้บริโภคชา ขณะผู้ผลิตสินค้าคือคนไทยด้วยกันเอง

คุณสมบัติที่สำคัญของชาขาวที่แตกต่างจากผลิตภัณฑ์ทั่วๆ ไปก็คือช่วยในเรื่องของการละลายไขมันลึกถึงระดับเซลล์ เป็นผลให้ผู้บริโภคมีรูปร่างที่ดีขึ้น ทั้งยังมีในส่วนของชาขาวลดความอยากของบุหรี่อีกด้วย อาศัยส่วนผสมจากหญ้าหมอน้อยที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวช่วยให้เลิกบุหรี่ได้ นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติที่ช่วยในการปรับสมดุลให้กับร่างกาย โดยอาศัยคุณสมบัติของวัตถุดิบต่างๆ ได้แก่ ชาขาว ชาเขียว(ผสมเล็กน้อย) เจียวกู้หลานและดอกคำฝอย ทั้งยังช่วยในเรื่องป้องกันโรคให้กับร่างกายได้ดี ยังไม่หมดแค่นั้นสำหรับคุณประโยชน์ของชาขาวเพราะยังมีส่วนช่วยในการดีท๊อกซ์ ล้างพิษในร่างกายโดยกระบวนธรรมชาติอีกด้วยจึงมีความเหมาะสมกับคนรักสุขภาพอย่างมาก

กลุ่มลูกค้าเป้าหมายจะเป็นกลุ่มคนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปจนถึงวัยผู้สูงอายุ มีการเจาะจงถึงลูกค้าเฉพาะกลุ่มคือกลุ่มคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก กลุ่มคนที่ต้องการเลิกบุหรี่ นอกจากนี้ยังเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพเป็นหลัก สามารถทานได้ทั้งเพศหญิงและเพศชาย

ภาพรวมตลาดชาในประเทศไทยอาจมีการแข่งขันที่สูง แต่ถ้าจะเจาะลึกลงมาในส่วนของชาขาว เชื่อว่ายังมีน้อยราย เพราะส่วนมากในไทยจะทำการผลิตชาวเขียวในธุรกิจขายชามากกว่า โดยเฉพาะชาขาวเพื่อสุขภาพก็ยิ่งน้อยรายลงมาอีก จึงอาจกล่าวได้ว่าธุรกิจขายชาขาวเพื่อสุขภาพยังไม่มีคู่แข่งที่ชัดเจนเลย จึงถือเป็นจุดที่น่าสนใจต่อการลงทุนในธุรกิจนี้ โดยช่องทางการขายชาขาวจะเป็นในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย ซึ่งกำไรของตัวแทนจำหน่ายจะอยู่ที่ 90% นอกจากนี้ยังมีการขายผ่านเว็บไซต์ควบคู่ไปด้วย