.

.

.

.

เลือกดื่มชาเพื่อสุขภาพ

ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีธาตุอาหารหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดี ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและร่าง กายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในใบชามีสารกาเฟอีน ช่วยกระตุ้นระบบประสาทกลางและระบบ หมุนเวียนโลหิต มีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายใน ร่างกาย ใช้ผสมยาแก้ปวด รักษาโรคไมเกรน เพื่อเพิ่มฤทธิ์ในการรักษา และให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น

สารกลุ่ม แซนธีนในใบชา มีผลต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งการดื่มชายังสามารถรักษาอาการเจ็บหน้าอก และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

นอกจากนี้ การดื่มชามีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ และช่วยสลายไขมันได้เป็นอย่างดี ลดระดับคอเลสเตอรอล โดยไปเพิ่มการขับคอเลสเตอรอลในร่างกายผ่านทางน้ำดีในอุจจาระ

ในประเทศจีนรู้กันมานานแล้วว่า ชาจีนสามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้ดี มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบ สมานแผล ขับและชำระ สารพิษในร่างกาย เพราะในใบชามีสารพอลิฟีนอล สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้ ในส่วนฤทธิ์การต้านการอักเสบเชื่อว่าชาสามารถป้องกันโรคที่ก่อการอักเสบเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์

คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มชาเขียวจะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะชาเขียวมีวิตามินซี วิตามินบีรวม และกรดแพนโธเทนิก รวมทั้งวิตามินบี ช่วยให้หลอดเลือดมีการซึมผ่านได้ดีขึ้น ช่วยไม่ให้เส้นเลือดแข็งตัวง่าย กรดแพนโธเทนิกในชา ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น วิตามินบี 1ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือด วิตามินบี 2 ช่วยลดการอักเสบชาช่วยแก้กระหายและช่วยในการย่อยอาหาร

ในช่วงอากาศร้อนการดื่มชาจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น เนื่องจากในใบชามีสารพอลิฟีนอล คาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน เป็นองค์ประกอบ เมื่อสารเหล่านี้เกิดปฏิกิริยากับน้ำลายจะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกาย ชายังให้สารไอโอดีน และฟลูออไรด์ซึ่งเป็นสารป้องกันภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ซึ่งฟลูออไรด์ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการ จะช่วยป้องกันฟันผุและเสริมมวลกระดูก

หลังรับประทานอาหารควรดื่มชาแก่ๆสักถ้วย จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหารจำพวก วิตามินกลุ่มต่างๆ

การคัดเลือกใบหม่อนเพื่อนำมาทำชา

bm-05ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารตามธรรมชาติเพียงชนิดเดียวของหนอนไหมแล้ว เรายังสามารถนำยอดอ่อนมารับประทานได้ มักใช้ใส่แกงแทนผงชูรสเพื่อเพิ่มรสชาติอาหาร หรือใช้เป็นอาหารต่างผัก พบทั่วไปในป่าดิบ  และยังพบอีกว่าหากนำใบหม่อนให้วัวและควายกินให้สามารถทำให้มีน้ำนมเพิ่มขึ้นได้ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวไทยและชาวญี่ปุ่นยังพบว่าใบหม่อนมีแร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวมสูงกว่าใบชา อาทิ แคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก  สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี อีกทั้งยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด ชาวอีสานได้ใช้ใบหม่อนปรุงอาหารแทนผงชูรสและเป็นส่วนประกอบของอาหารพื้นบ้านได้หลายชนิดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว

ชาใบหม่อนเป็นสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ผลิตจากพืชที่ปลูกได้ง่าย ราคาไม่แพง รสชาติดี ทำให้ขณะนี้ชาใบหม่อนและใบหม่อนได้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ หรือใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น การนำชาใบหม่อนชนิดผงบดละเอียดหรือชนิดละลายน้ำ มาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เป็นส่วนผสมไอศกรีม ขนมคุกกี้ บะหมี่ และเครื่องปรุงรส ส่วนในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีการการสกัดสารบางชนิดจากใบหม่อนใช้เป็นส่วนผสมของครีมผิวขาว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ชาใบหม่อนยังคงครองใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างต่อเนื่อง

คุณสมบัติของใบหม่อนที่ใช้ทำชา

1.ใช้พันธุ์ส่งเสริมของทางราชการ คือ พันธุ์บุรีรัมย์ 60 หรือพันธุ์นครราชสีมา 60
2.ใบที่จะใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องมีความสด ไม่ใช้ใบที่เหี่ยว หรือตายนึ่ง
3.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบหม่อนที่ได้รับการบำรุงรักษาโดยการใส่ปุ๋ยกำจัด วัชพืช และการตัดแต่งเป็นอย่างดี
4.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบที่สะอาด ไม่มีสิ่งเจือปน
5.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบที่ปราศจากโรคชนิดต่างๆ และต้องไม่มีแมลงหรือไข่แมลงปะปนมากับใบหม่อน
6.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบที่ได้จากแปลงที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และไม่ควรอยู่ใกล้กับแปลงพืชชนิดอื่นที่ใช้สารเคมี
7.วิธีที่เหมาะสม คือการเก็บเกี่ยวโดยการเก็บใบเช่นเดียวกับการเก็บใบเพื่อเลี้ยงไหม

ชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำกำไรมหาศาลให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ของโลก

ชาเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มนุษย์เริ่มรู้จักและบริโภคเมื่อราว 2600 ปีก่อนคริสตกาล กล่าวกันว่าจีนเป็นชาติแรกที่เริ่มต้นวัฒนธรรมการดื่มชาและปัจจุบันยังเป็นผู้ผลิตชารายใหญ่ของโลก ภูมิประเทศที่เหมาะสมสำหรับการปลูกชาคุณภาพดีจะต้องเป็นพื้นที่สูงมีอากาศเย็นตลอดปี แรงงานที่เก็บใบชาจะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างดี จะเลือกเด็ดใบอ่อนเพียง 2 ใบ แล้วรอให้แตกยอดใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือวิถีชีวิตแรงงานไร่ชา ปัญหาอันดับหนึ่งคือ ค่าแรง คนงานไร่ชาในอินเดียได้ค่าแรงวันละ 60 บาท ค่าแรงที่หฤโหดขนาดนี้ เป็นสาเหตุการประท้วงนายจ้างทั่วรัฐอัสสัมซึ่งเป็นรัฐที่มีปริมาณการปลูกชามากที่สุดของประเทศ เหตุร้ายแรงที่สุดคือสังหารนายจ้างและเผาทรัพย์สินของบริษัท ปัญหาอื่นๆ ในกลุ่มแรงงาน คือ สุขภาพ เนื่องจากต้องทำงานในพื้นที่สูงจะเจ็บป่วยด้วยอาการที่เกี่ยวข้องกับระดับความสูง (altitude sickness) การเจ็บป่วยด้วยภาวะโลหิตจาง โรคผิวหนังเนื่องจากสภาวะที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม อันตรายจากการสัมผัสแมลงมีพิษขณะทำงานที่บางครั้งถึงกับชีวิต ผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและแมลง และการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นเสมอด้วยสภาพไร่ชาที่ปลูกในที่สูงและลาดชัน

เนื่องจากชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำกำไรมหาศาลให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ของโลก ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ยังขาดมาตรการที่ดีพอสำหรับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เช่น จีน อินเดีย ศรีลังกา และบางประเทศในทวีปแอฟริกา

ผู้ผลิตรายใหญ่ในมณฑลไฮหนาน ประเทศจีน มีแนวคิดการเพิ่ม (ยอดขาย) ราคาใบชาด้วยการประกาศหาสาวพรหมจารีที่มีสัดส่วนสรีระตามมาตรฐาน คือ ขนาดหน้าอก ไม่น้อยกว่า 36 นิ้ว ไม่มีรอยแผลเป็นบนร่างกายที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อสวมเครื่องแบบเก็บใบชา และที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องเด็ดยอดอ่อนใบชาด้วยริมฝีปากและหย่อนใบชาลงในภาชนะที่สานจากไม้ไผ่เสียบไว้ที่ร่องอก สาวใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะได้ค่าแรงประมาณวันละ 2,500 บาท ซึ่งมากกว่าค่าแรงอัตราปกติที่ไม่ถึง 100 บาทต่อวัน ระบบการตลาดที่แหวกแนวถึงขนาดนี้ตกเป็นข่าวทันที ทั้งผู้ต้องการการบริโภคชาคุณภาพมหัศจรรย์นี้ และกลุ่มผู้เคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่ออกมาปกป้องทันทีว่าทำเกินเหตุ อย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถหยุดยั้งความคิดเชิงการตลาดแบบหยุดโลกของผู้ประกอบการรายนี้ได้สำเร็จ โดยการโต้กลับว่าเป็นประเพณีปฏิบัติที่ยึดถือมากว่าร้อยปี ที่นิยมใช้หญิงพรหมจารีเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตชา เช่น การให้หญิงสาวพรหมจารีวางถุงชาไว้บนหน้าอกและนอนกับใบชาหนึ่งคืนเพื่อให้ใบชาได้ซึมซับความดีงาม ความบริสุทธิ์ จากหญิงสาว ชาที่ได้จากกระบวนการนี้จะนำโชคและสุขภาพที่ดีสำหรับผู้บริโภค ประเพณีปฏิบัติเช่นนี้ คิดได้หลายแง่มุม เพราะมนุษย์เป็นผู้กำหนดและให้ความหมายของวัฒนธรรม ตัวอย่างประวัติการบริโภคชาเมื่อ คริสตกาลที่ 18 ในยุโรปโดยเฉพาะเนเธอร์แลนด์และอังกฤษ (ซึ่งสุดโต่งมากกว่า) นำเข้าใบชาจากจีนเพราะปลูกเองไม่ได้ และกลายเป็นสินค้าของชนชั้นสูงเนื่องจากราคาแพง มีวัฒนธรรมการดื่มชาที่มีกฎเกณฑ์แปลกๆ เช่น ห้ามผู้หญิงเข้าโรงน้ำชาเพื่อซื้อใบชา จะอนุญาตยืนรอหน้าร้านถ้าต้องการซื้อใบชาไปดื่มที่บ้าน หรือการวางกฎเกณฑ์การถือถ้วยชาและการจิบชาที่เป็นมาตรฐาน