ชาเขียววัตถุดิบยอดนิยมสู่ธุรกิจ

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-1

   เมื่อกล่าวถึงชาเขียวในยุคนี้ แทบไม่มีใครไม่รู้จักครับ ชาเขียวเป็นวัตถุดิบในหลากหลายอย่างในปัจจุบันนี้ เพราะชาเขียวเป็นที่รู้จักและเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง ไม่ใช่เพียงแค่เป็นเครื่องดื่มชาเขียวเย็น หรือชาเขียวร้อนเท่านั้น แต่พัฒนาปรับปรุงให้มาอยู่ในหลากหลายเมนู ทั้งของคาวแลของหวาน อาทิเช่น เป็ดอบใบชา ข้าวมันไก่ชาเขียว ชีสเค้กมัทฉะ กรีนทีลาเต้  ชาเขียวมะนาว ไอศกรีมชาเขียว เค้กชาเขียว  และอีกหลายหลายเมนู จึงทำให้ในยุคนี้เรียกได้ว่า ชาเชียว เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบยอดนิยมก็ว่าได้ครับ%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-3

ปัจจุบันมีการผลิตชาเขียวในรูปแบบของเครื่องดื่มสำเร็จรูปอย่างแพร่หลาย ทำให้สะดวกต่อการบริโภคมากขึ้น ด้วยรสชาติความอร่อยและกลิ่นหอมเฉพาะตัวของชาเขียว ชาเขียวยังแก้กระหายทำให้รู้สึกสดชื่น นอกจากนี้คุณประโยชน์ของชาเขียวยังมีอีกมากมายเลยครับ

%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7-2

ชาเขียวช่วยทำให้เจริญอาหาร ช่วยแก้บิด ท้องร่วง ท้องเสีย แก้หวัด แก้ร้อนใน ช่วยขับเหงื่อ ขับสารพิษตกค้าง ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส เป็นยาพอกรักษาแผลอักเสบ แผลพุพอง ไฟไหม้ ฝีหนอง ช่วยบรรเทาอาการผดผื่นคัน ผิวร้อนแห้ง แมลงสัตว์กัดต่อย นอกจากนี้ยังเป็นยากันยุง และอีกสารพัดประโยชน์มากมาย

ประเภทของชาเขียวมีอยู่ 2 ประเภทครับ คือ ชาเขียวญี่ปุ่น และชาเขียวจีน ชาเขียวแบบญี่ปุ่น ไม่ต้องคั่วใบชา ชาเขียวมีสารอาหารพวกโปรตีน น้ำตาลเล็กน้อย และมีวิตามินอีสูง ชาเขียวแบบจีน จะมีการคั่วด้วยกะทะร้อน จึงทำให้วิตามินเอและวิตามินอีที่มีอยู่ในใบชาจะสูญเสียไปเกือบหมดถ้าใช้ระยะเวลาในการชงนานจนเกินไป ส่วนปริมาณของแคลเซียม เหล็ก และวิตามินซีจะสูญเสียไปประมาณครึ่งหนึ่งครับ

ธุรกิจชาเขียว  เป็นอีกธุรกิจที่จะที่จะเติบโตและมีการแข็งขันกันสูงต่อไป

เลือกชาให้เหมาะกับคนดื่ม

หลายคนชอบดื่มน้ำชา แต่ในโลกนี้ มีชาสารพัดให้เราเลือก รสชาติ และสรรพคุณ ก็แตกต่างกันไป แม้ว่า ชาส่วนใหญ่ จะมีประโยชน์ แต่จะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับเรามากกว่า หรือดีกว่าอย่างอื่น ในแต่ละสถานการณ์ จริงๆ แล้ว ชาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือชาเขียว ได้จากการอบแห้งโดยไม่บ่ม ชาอู่หลง ชาที่ผ่านการบ่มก่อนอบแห้ง และชาตากแห้ง เช่น ชาขาว ซึ่งแต่ละชา อาจต้องใช้ชาพันธุ์แตกต่างกันและให้คุณค่าทางสุขภาพต่างกันด้วย

เรื่องกินเรื่องดื่มเป็นเรื่องของศาสตร์และศิลปะการดำรงชีวิต แม้แต่จิบหรือดื่มชา เครื่องดื่มยอดนิยม ยังมีวาระและโอกาสในการดื่ม มาดูกันว่า ชาแบบไหนเหมาะแต่ละคนอย่างไร

ชามะลิ
ชาชนิดนี้ นิยมใช้สายพันธ์อัสสัม อบแห้งพร้อมดอกมะลิ มีกลิ่นหอมผสมผสานระหว่างชาและดอกไม้ (เกสรดอกไม้กับคลอโรฟีลและวิตามินอี )จึงดื่มง่าย และสะดวกในการปรับเปลี่ยนการชง เป็นรูปแบบต่างๆ เช่นใส่น้ำตาลกรวดหรือนม และอาจดื่มได้ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ชามะลิ มีส่วนผสมของมีสรรพคุณช่วยในการแก้ร้อนใน รสชาดหวานปนความหอมของกลิ่นมะลิ
เหมาะสำหรับ คนทำงานแบบใช้สมอง ซีเรียสเ เคร่งครียดทั้งวัน หรือนักเรียน นักศึกษาที่ตรากตรำอ่านตำรับตำราจนดึกดื่น ควรดื่มชามะลิ

ชาอูหลง
ชาอูหลง เป็นชาที่คัดเลือกเฉพาะใบอ่อนที่สมบูรณ์ ผ่านกระบวนการกึ่งหมักแล้วจึงอบแห้ง ให้รสชาติระหว่างชาสดและชาบ่ม จัดว่าเป็นชาที่กลมกล่อมที่สุดในบรรดาชาจีน เมื่อดื่มแล้ว กลิ่นหอมชุ่มคอจะติดอยู่เป็นเวลานาน มีส่วนผสมของเกสรดอกไม้กับคลอโรฟีล มีสรรพคุณในการบำรุงรักษาผิวพรรณ และเลือด โดยหากดื่มหลังอาหารจะช่วยรักษาผิวและอวัยวะภายในร่างกาย หรือว่าจะชงใส่นำ้ตาลเล็กน้อย ดื่มบ่อยๆ ช่วยบำรุงกระเพาะให้แข็งแรง ช่วยล้างไขมันได้ดี ชาอูหลงถือเป็นชาที่จักรพรรดิในสมัยก่อนนิยมดื่มกันมาก ราคาแพง คนจีนทางใต้ก็นิยมดื่มชาประเภทนี้เช่นกัน
เหมาะสำหรับ ผู้รักการออกกำลังกาย หรือทำงานใช้แรงเสียเหงื่อมาก ผู้นิยมกินเนื้อสัตว์เป็นชีวิตจิตใจ

ชาเขียว
ต้นใช้ต้นชาที่เติบโตในเทือกเขาสูง อบแห้งโดยไม่ผ่านการหมักบ่ม ชาเขียวมีสารโพลิฟีนอลมากที่สุดในบรรดาชาต่างๆ ชาเขียวที่ดีจะนิยมคัดเฉพาะสามใบยอดมาทำชาเขียว เพื่อให้มั่นใจถึงคุณภาพ และความเข้มข้น ของสารสมุนไพรในใบชา ชาเขียวมีสรรพคุณแก้ร้อนใน ดับกระหาย และยังช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ(สารก่อมะเร็งและความเสื่อม) ด้วย
เหมาะสำหรับ ผู้ต้องผจญสูดดมอากาศเป็นพิษอยู่เสมออาทิ ผู้ขับขี่หรือไปมาด้วยรถจักรยานยนต์เป็นประจำ ผู้ที่ต้องการบำรุงสุขภาพ ลดอัตราการเสื่อมชราของร่างกาย ผู้ที่ชอบดื่มสุรา เครื่องดื่มมึนเมา รวมทั้งผู้ที่ในแต่ละวันนั่งตัวติดกับเก้าอี้ ไม่ค่อยขยับเขยี้อนกายไปไหน ทั้งไม่ชอบหรือไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย คนมีระดับคอเลสเตอรอลสูง ไขมันในเลือดสูง

ชาผู่เอ่อ
มีแหล่งเพาะปลูกหลักอยู่ที่ ยูนนาน ทางใต้ของจีน ชาชนิดนี้มีส่วนผสมของวิตามินหลายชนิด มีสรรพคุณในการรักษาโรคหัวใจ และโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดเหมาะสำหรับ ชาผู่เอ่อ เหมาะมาก สำหรับซื้อไปฝากผู้สูงอายุ เพราะช่วยลดความดันโลหิตสูง และป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้ด้วย คนที่่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เพราะสามารถแก้อาการไอ และโรคทางเดินหายใจ โดยชงชาผสมกับเปลือกส้มโอตากแห้ง

มนุษย์ยุคไฮเทคนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันทั้งคืน ได้ดื่มชาอะไรก็ได้ เป็นประจำจะดีมากๆ เรียกว่าว่างเมื่อไรคว้าแก้วน้ำชาข้างมือยกมาดื่มสักอึกสองอึกแก้กระหาย จะช่วยป้องกันรังสีที่แผ่ออกมาจากเครื่อง อีกทั้งช่วยคลายเส้นคลายกระดูก ลดความอาการอ่อนเพลียได้อย่างชะงัดนัก

เลือกดื่มชาเพื่อสุขภาพ

ชาเป็นเครื่องดื่มที่มีธาตุอาหารหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดี ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและร่าง กายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในใบชามีสารกาเฟอีน ช่วยกระตุ้นระบบประสาทกลางและระบบ หมุนเวียนโลหิต มีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายใน ร่างกาย ใช้ผสมยาแก้ปวด รักษาโรคไมเกรน เพื่อเพิ่มฤทธิ์ในการรักษา และให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น

สารกลุ่ม แซนธีนในใบชา มีผลต่อระบบหัวใจและการไหลเวียนโลหิต ช่วยขยายหลอดเลือด ป้องกันโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน ซึ่งการดื่มชายังสามารถรักษาอาการเจ็บหน้าอก และกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

นอกจากนี้ การดื่มชามีผลต่อระบบต่อมไร้ท่อ และช่วยสลายไขมันได้เป็นอย่างดี ลดระดับคอเลสเตอรอล โดยไปเพิ่มการขับคอเลสเตอรอลในร่างกายผ่านทางน้ำดีในอุจจาระ

ในประเทศจีนรู้กันมานานแล้วว่า ชาจีนสามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้ดี มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบ สมานแผล ขับและชำระ สารพิษในร่างกาย เพราะในใบชามีสารพอลิฟีนอล สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้ ในส่วนฤทธิ์การต้านการอักเสบเชื่อว่าชาสามารถป้องกันโรคที่ก่อการอักเสบเรื้อรัง เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์

คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มชาเขียวจะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะชาเขียวมีวิตามินซี วิตามินบีรวม และกรดแพนโธเทนิก รวมทั้งวิตามินบี ช่วยให้หลอดเลือดมีการซึมผ่านได้ดีขึ้น ช่วยไม่ให้เส้นเลือดแข็งตัวง่าย กรดแพนโธเทนิกในชา ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น วิตามินบี 1ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือด วิตามินบี 2 ช่วยลดการอักเสบชาช่วยแก้กระหายและช่วยในการย่อยอาหาร

ในช่วงอากาศร้อนการดื่มชาจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้น เนื่องจากในใบชามีสารพอลิฟีนอล คาร์โบไฮเดรต และกรดอะมิโน เป็นองค์ประกอบ เมื่อสารเหล่านี้เกิดปฏิกิริยากับน้ำลายจะช่วยกระจายความร้อนส่วนเกินในร่างกาย ชายังให้สารไอโอดีน และฟลูออไรด์ซึ่งเป็นสารป้องกันภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ซึ่งฟลูออไรด์ในจำนวนที่เพียงพอกับความต้องการ จะช่วยป้องกันฟันผุและเสริมมวลกระดูก

หลังรับประทานอาหารควรดื่มชาแก่ๆสักถ้วย จะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร ช่วยย่อยอาหารจำพวก วิตามินกลุ่มต่างๆ

การคัดเลือกใบหม่อนเพื่อนำมาทำชา

bm-05ใบหม่อนนอกจากจะเป็นอาหารตามธรรมชาติเพียงชนิดเดียวของหนอนไหมแล้ว เรายังสามารถนำยอดอ่อนมารับประทานได้ มักใช้ใส่แกงแทนผงชูรสเพื่อเพิ่มรสชาติอาหาร หรือใช้เป็นอาหารต่างผัก พบทั่วไปในป่าดิบ  และยังพบอีกว่าหากนำใบหม่อนให้วัวและควายกินให้สามารถทำให้มีน้ำนมเพิ่มขึ้นได้ ต่อมานักวิทยาศาสตร์ชาวไทยและชาวญี่ปุ่นยังพบว่าใบหม่อนมีแร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวมสูงกว่าใบชา อาทิ แคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก  สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี อีกทั้งยังมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด ชาวอีสานได้ใช้ใบหม่อนปรุงอาหารแทนผงชูรสและเป็นส่วนประกอบของอาหารพื้นบ้านได้หลายชนิดมาเป็นเวลาช้านานแล้ว

ชาใบหม่อนเป็นสมุนไพรที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค ผลิตจากพืชที่ปลูกได้ง่าย ราคาไม่แพง รสชาติดี ทำให้ขณะนี้ชาใบหม่อนและใบหม่อนได้ถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ หรือใช้เป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น การนำชาใบหม่อนชนิดผงบดละเอียดหรือชนิดละลายน้ำ มาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น เป็นส่วนผสมไอศกรีม ขนมคุกกี้ บะหมี่ และเครื่องปรุงรส ส่วนในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมีการการสกัดสารบางชนิดจากใบหม่อนใช้เป็นส่วนผสมของครีมผิวขาว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ชาใบหม่อนยังคงครองใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างต่อเนื่อง

คุณสมบัติของใบหม่อนที่ใช้ทำชา

1.ใช้พันธุ์ส่งเสริมของทางราชการ คือ พันธุ์บุรีรัมย์ 60 หรือพันธุ์นครราชสีมา 60
2.ใบที่จะใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องมีความสด ไม่ใช้ใบที่เหี่ยว หรือตายนึ่ง
3.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบหม่อนที่ได้รับการบำรุงรักษาโดยการใส่ปุ๋ยกำจัด วัชพืช และการตัดแต่งเป็นอย่างดี
4.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบที่สะอาด ไม่มีสิ่งเจือปน
5.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบที่ปราศจากโรคชนิดต่างๆ และต้องไม่มีแมลงหรือไข่แมลงปะปนมากับใบหม่อน
6.ใบที่ใช้ในการผลิตชาใบหม่อนจะต้องเป็นใบที่ได้จากแปลงที่ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช และไม่ควรอยู่ใกล้กับแปลงพืชชนิดอื่นที่ใช้สารเคมี
7.วิธีที่เหมาะสม คือการเก็บเกี่ยวโดยการเก็บใบเช่นเดียวกับการเก็บใบเพื่อเลี้ยงไหม

ชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำกำไรมหาศาลให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ของโลก

ชาเป็นเครื่องดื่มชนิดหนึ่งที่มนุษย์เริ่มรู้จักและบริโภคเมื่อราว 2600 ปีก่อนคริสตกาล กล่าวกันว่าจีนเป็นชาติแรกที่เริ่มต้นวัฒนธรรมการดื่มชาและปัจจุบันยังเป็นผู้ผลิตชารายใหญ่ของโลก ภูมิประเทศที่เหมาะสมสำหรับการปลูกชาคุณภาพดีจะต้องเป็นพื้นที่สูงมีอากาศเย็นตลอดปี แรงงานที่เก็บใบชาจะต้องได้รับการฝึกฝนอย่างดี จะเลือกเด็ดใบอ่อนเพียง 2 ใบ แล้วรอให้แตกยอดใหม่ สิ่งที่น่าสนใจคือวิถีชีวิตแรงงานไร่ชา ปัญหาอันดับหนึ่งคือ ค่าแรง คนงานไร่ชาในอินเดียได้ค่าแรงวันละ 60 บาท ค่าแรงที่หฤโหดขนาดนี้ เป็นสาเหตุการประท้วงนายจ้างทั่วรัฐอัสสัมซึ่งเป็นรัฐที่มีปริมาณการปลูกชามากที่สุดของประเทศ เหตุร้ายแรงที่สุดคือสังหารนายจ้างและเผาทรัพย์สินของบริษัท ปัญหาอื่นๆ ในกลุ่มแรงงาน คือ สุขภาพ เนื่องจากต้องทำงานในพื้นที่สูงจะเจ็บป่วยด้วยอาการที่เกี่ยวข้องกับระดับความสูง (altitude sickness) การเจ็บป่วยด้วยภาวะโลหิตจาง โรคผิวหนังเนื่องจากสภาวะที่อยู่อาศัยที่ไม่เหมาะสม อันตรายจากการสัมผัสแมลงมีพิษขณะทำงานที่บางครั้งถึงกับชีวิต ผลกระทบจากการใช้สารเคมีกำจัดวัชพืชและแมลง และการเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุมักเกิดขึ้นเสมอด้วยสภาพไร่ชาที่ปลูกในที่สูงและลาดชัน

เนื่องจากชาเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำกำไรมหาศาลให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ของโลก ส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ยังขาดมาตรการที่ดีพอสำหรับการคุ้มครองสิทธิแรงงาน เช่น จีน อินเดีย ศรีลังกา และบางประเทศในทวีปแอฟริกา

ผู้ผลิตรายใหญ่ในมณฑลไฮหนาน ประเทศจีน มีแนวคิดการเพิ่ม (ยอดขาย) ราคาใบชาด้วยการประกาศหาสาวพรหมจารีที่มีสัดส่วนสรีระตามมาตรฐาน คือ ขนาดหน้าอก ไม่น้อยกว่า 36 นิ้ว ไม่มีรอยแผลเป็นบนร่างกายที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อสวมเครื่องแบบเก็บใบชา และที่สำคัญที่สุดคือ จะต้องเด็ดยอดอ่อนใบชาด้วยริมฝีปากและหย่อนใบชาลงในภาชนะที่สานจากไม้ไผ่เสียบไว้ที่ร่องอก สาวใดที่มีคุณสมบัติดังกล่าวจะได้ค่าแรงประมาณวันละ 2,500 บาท ซึ่งมากกว่าค่าแรงอัตราปกติที่ไม่ถึง 100 บาทต่อวัน ระบบการตลาดที่แหวกแนวถึงขนาดนี้ตกเป็นข่าวทันที ทั้งผู้ต้องการการบริโภคชาคุณภาพมหัศจรรย์นี้ และกลุ่มผู้เคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนที่ออกมาปกป้องทันทีว่าทำเกินเหตุ อย่างไรก็ตามก็ไม่สามารถหยุดยั้งความคิดเชิงการตลาดแบบหยุดโลกของผู้ประกอบการรายนี้ได้สำเร็จ โดยการโต้กลับว่าเป็นประเพณีปฏิบัติที่ยึดถือมากว่าร้อยปี ที่นิยมใช้หญิงพรหมจารีเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตชา เช่น การให้หญิงสาวพรหมจารีวางถุงชาไว้บนหน้าอกและนอนกับใบชาหนึ่งคืนเพื่อให้ใบชาได้ซึมซับความดีงาม ความบริสุทธิ์ จากหญิงสาว ชาที่ได้จากกระบวนการนี้จะนำโชคและสุขภาพที่ดีสำหรับผู้บริโภค ประเพณีปฏิบัติเช่นนี้ คิดได้หลายแง่มุม เพราะมนุษย์เป็นผู้กำหนดและให้ความหมายของวัฒนธรรม ตัวอย่างประวัติการบริโภคชาเมื่อ คริสตกาลที่ 18 ในยุโรปโดยเฉพาะเนเธอร์แลนด์และอังกฤษ (ซึ่งสุดโต่งมากกว่า) นำเข้าใบชาจากจีนเพราะปลูกเองไม่ได้ และกลายเป็นสินค้าของชนชั้นสูงเนื่องจากราคาแพง มีวัฒนธรรมการดื่มชาที่มีกฎเกณฑ์แปลกๆ เช่น ห้ามผู้หญิงเข้าโรงน้ำชาเพื่อซื้อใบชา จะอนุญาตยืนรอหน้าร้านถ้าต้องการซื้อใบชาไปดื่มที่บ้าน หรือการวางกฎเกณฑ์การถือถ้วยชาและการจิบชาที่เป็นมาตรฐาน