ชาเจียวกู้หลาน สุดยอดของสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2548

ปัจจุบันการดื่มชากลายเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายพอๆกับกาแฟ ชาหลากหลายชนิดถูกออกแบบให้ตรงกับรสนิยมของผู้นิยมดื่มหรือจิบชา ต่างก็มีรสและกลิ่นอันกลมกล่อมละมุนละไมแตกต่างกันตามชนิดของชา เจียวกู้หลานเป็นชาอีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการนำมาใช้เพื่อป้องกันยับยั้งและบำบัดโรคหลายชนิด เจียวกู้หลานมีชื่อเรียกหลายชื่อในหลายประเทศ คนไทยเรียกว่า เบญจขันธ์ ญี่ปุ่นเรียกว่า อะมาซาซูรู ที่แปลว่าชาหวานจากเถา ส่วนคนจีนเรียกว่า เซียนเถา หรือโสมใต้

เจียวกู้หลาน เป็นพืชเถาที่มีสรรพคุณและมีประโยชน์ต่อร่างกาย

ที่รู้จักของชาวจีนตั้งแต่อดีตเป็นอย่างดี มีคุณประโยชน์ที่พร้อมสรรทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกาย จนได้รับความสนใจจากนักวิทยาศาสตร์ในต่างประเทศในการค้นคว้าวิจัย ถึงสรรพคุณของเจียวกู้หลานโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยจนได้การยกย่องให้เป็นสุดยอดของสมุนไพรแห่งชาติ ปี 2548 ให้ผลให้สรรพคุณในการลดน้ำตาลในเลือด เป็นพืชพื้นเมืองในภูมิภาคเขตร้อนและเขตอบอุ่นของเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และกระจายพันธุไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นต่างๆของโลก เจริญเติบโตไดดีในที่ชุ่มชื้น ทั้งที่โล่งแจ้ง และที่ร่ม ตั้งแต่ที่ราบต่ำจนถึงที่สูงจากระดับน้ำทะเล ให้ผลให้สรรพคุณคือ ลดน้ำตาลในเลือด ลดและต้านการอักเสบ ป้องกันตับจากการเกิดพิษ ต้านอนุมูลอิสระ ให้ผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ลดระดับไขมันในเส้นเลือด ฤทธิ์ต่อต้านเซลมะเร็ง

คุณค่าของสารสำคัญและรสชาติของเจียวกู่หลานขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ปลูกเจียวกู้หลานที่ขึ้นตามธรรมชาติจะมีปริมาณของสารสำคัญสูงสุดและมีรสชาติเข้มข้นส่วนที่ปลูกจะมีรสหวาน มีคุณประโยชน์ที่พร้อมสรรพทั้งในเชิงป้องกันและบำรุงร่างกายมีประวัติการใช้ยาวนานในประเทศจีนและญี่ปุ่น เช่น ในจีนใช้ทั้งเป็นยาแก้อักเสบ แก้ไอ ขับเสมหะ และแก้หลอดลมอักเสบ เจียวกู้หลานใช้รับประทานแก้หิวกระหาย ใช้เป็นยาแก้ไอและแก้อักเสบร้อนใน ต่อมาก็เริ่มมีการคิดค้นคว้าวิจัยและพัฒนาใช้เจียวกู้หลานในการผลิตยาและเหล้า รวมถึงเป็นอาหารเสริม

วัฒนธรรมการดื่มน้ำชา

วัฒนธรรมการดื่มน้ำชา

น้ำชา ที่เราดื่มกันอยู่ทุกวันนี้หาดื่มได้ง่ายๆ เพราะมีชาเย็นบรรจุขวดไว้ขายมากมายหลายยี่ห้อ หรือมีไว้บริการตามร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวมันไก่ทั่วๆไป แต่เราลองหันมาศึกษาสัมผัสกับรสและกลิ่นชาอย่างแท้จริงแล้ว จะพบว่าการดื่มชาเป็นศิลปะที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่แฝงความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมเอาไว้ ประวัติการดื่มชาที่มีมาตั้งแต่ดังเดิมและแพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งลักษณะของการผลิตใบชา ภาชนะที่ใช้ดื่มและวิถีของการดื่มชาของแต่ละถิ่นฐานก็ต่างกันไปตามแต่ละวัฒนธรรม ซึ่งรากของการดื่มชามาจากประเทศจีนที่เป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมการดื่มน้ำชา

ใบชา มีหลากหลายชนิด ใบชาจีนสามารถแบ่งใบชา เป็น 5 ประเภท ได้แก่ ชาเขียว คือ ใบชาที่ไม่ได้มีการหมักใดๆ เลย ส่วนใบชาอีก 4 ประเภท ที่เหลือมีการหมักซึ่งเรียงลำดับจากการหมักในเวลาน้อยไปจนถึงมีระยะเวลาการหมักที่นานมากขึ้นตามลำดับ คือ ชาขาว ชาฟ้า ชาแดง และชาดำ เช่น ชาอู่หลง จัดเป็นชาประเภท ชาฟ้า ใบชาแต่ละประเภท แต่ละชนิดต่างก็มีลักษณะเฉพาะตัวที่ต่างกันไป ชาเขียวและชาขาวมีสีและรสชาติที่อ่อน การชงชาเขียวหรือชาขาวจึงใช้น้ำที่ไม่ร้อนจัดจนเกินไปและต้องแช่ใบชานานกว่าชาประเภทอื่นๆ เพื่อที่สามารถดึงกลิ่นและรสชาติของใบชาออกมาได้ ดังนั้นการชงชาแต่ละประเภทแต่ละชนิดจึงแตกต่างกัน เป็นเรื่องที่เราต้องทดลอง ลองผิดลองถูกดูว่าชาชนิดไหน เหมาะกับน้ำอุณหภูมิใด ที่สำคัญ คือการชงชาไม่มีถูกไม่มีผิดขึ้นอยู่กับว่ารสชาติและกลิ่นชนิดใดที่เรารู้สึกชอบและพึ่งพอใจ นั่นถือว่าเป็นรสชาติชาที่ดีสำหรับเรา

การชงชาและดื่มชาบางคนอาจจะสงสัยว่าควรจะดื่มชาชนิดใด หรือเวลาใดจึงจะเหมาะสมกับตัวเรา ซึ่งอาจจะมีผลการวิจัยออกมามากมายว่า ชาชนิดนี้สามารถช่วยรักษาสุขภาพได้อย่างไร แต่นั่นส่วนใหญ่ก็มาจากการวิจัยและเผยแพร่เพื่อการตลาดทั้งสิ้น ดังนั้นการดื่มชาแต่ละครั้ง ตัวเราเท่านั้นที่จะเป็นคนตัดสินว่าดื่มชาชนิดใด และดื่มเวลาใดที่เหมาะกับตัวเรา

วิธีการชงชาเพื่อสุขภาพที่ดี

การชงชาที่ดีนั้น ไม่ควรแช่ชาไว้นานโดยปกติแล้วมักจะใส่ชาเติมน้ำร้อนแช่ทิ้งไว้ทั้งวันอยากดื่มเมื่อไหร่ก็รินน้ำชาใส่แก้ว และถ้าน้ำชาไม่อุ่นก็เติมน้ำร้อนหน่อยให้อุ่นขึ้นซึ่งวิธีการเหล่านี้ทำให้หลายคนดื่มชาแล้วรู้สึกว่าท้องผูก นอนไม่หลับบ้างสาเหตุมาจากการแช่ชานานๆ ทำให้สารต่างๆ มีปริมาณมากเกินไป

ดังนั้นการชงชาที่ดีควรจะชงให้ถูกวิธีและดื่มชาให้ถูกกับเวลาที่ควรดื่มก็จะมีแต่ประโยชน์อีกด้วย สำหรับการแช่ชานานๆ ให้รสเข้มๆ และดื่มยามบ่ายเพราะเค้าต้องการคาเฟอีนจากใบชา เพื่อทำให้เค้าสดชื่นในยามบ่าย เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นในการทำงาน แต่สำหรับผู้ที่ต้องการดื่มชาเพื่อความสดชื่นอย่างธรรมชาติความคุ้นเคยในวิธีชงชาใบแบบเดิม ทำให้บางครั้งไม่ได้รับรสชาที่แท้จริง ดังนั้นการชงชาแต่ละชนิดจึงมีความเฉพาะที่แตกต่างกันไป

สำหรับการชงชาให้ได้รสอร่อยแบบง่ายๆ ได้ทั้งประโยชน์และประหยัดนั้นมีเคล็ดลับดังนี้ ซึ่งแยกตามวิธีการชงที่เหมือนกันในแต่ละชนิด อย่างเช่น ชาอูหลงต้งติ่งอูหลงชาอูหลงก้านอ่อนและชาอื่นๆ ทั้งนี้น้ำชงชาควรเป็นน้ำที่สะอาดหรือน้ำกรอง ในการชงชาอูหลงควรต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่ใบชา 2-3ช้อนชา สำหรับกาน้ำชาประมาณ 150-200 CC. และเติมน้ำร้อนลงในกาให้ท่วมใบชาแล้วรินน้ำออกทันทีหลังจากนั้นเติมน้ำร้อนให้เต็มกาแช่ไว้ประมาณ 1นาทีแล้วรินน้ำชาออกจากกาให้หมดเพื่อดื่ม และไม่ควรแช่ทิ้งไว้ใบชาที่ชงแล้วนี้เมื่อรินน้ำออกหมดสามารถพักไว้ในกาได้เลย และชาชุดนี้ยังสามารถใช้ชงได้อีก3-4 ครั้ง แต่ควรจะภายใน 1 วันการใช้น้ำร้อนลวกใบชา กาน้ำชา และอุปกรณ์ในการดื่มชาก่อนใช้ทุกครั้งจะทำให้ได้ความอร่อยและความหอมของรสชามากยิ่งขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดีและทำให้มีน้ำชาที่อร่อยอีกด้วย

ชาผู่เอ่อร์กับคุณประโยชน์ของชาบำรุงร่างกาย

ปัจจุบัน ชาผู่เอ๋อร์ กลับมาได้รับความนิยม จึงทำให้ศิลปะในการหมักบ่ม และการชงชาผู่เอ่อร์แต่โบราณได้ถูกนำมาศึกษาวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องอีก ครั้งหนึ่ง โดยประเภทและชนิดของชาผู่เอ่อร์นั้น ล้วนมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของสรรพคุณ วิธีการชงชา การเก็บรักษาใบชา หรือแม้แต่ความสะดวกในการพกพา
สำหรับชาผู่เอ๋อร์ เป็นชาที่ได้รับความนิยมของ ชาวจีน เพราะช่วยให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผู้คนจึงเริ่มหันมาสนใจในการดูแลรักษาสุขภาพ และให้ความสำคัญกับเรื่องของรสชาติในการบริโภคมากยิ่งขึ้น ใบชาผู่เอ่อร์จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในสังคมจีนมากขึ้นและยังโด่งดังไปจนถึงฮ่องกง ไต้หวัน สิงค์โปร์ อเมริกา ฝรั่งเศส รวมถึงประเทศไทยด้วย
เมื่อชาผู่เอ่อร์กลับมาได้รับความนิยม จึงทำให้วิธีในการหมักบ่ม และการชงชาผู่เอ่อร์แต่โบราณได้ถูกนำมาศึกษาวิจัย และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยประเภทและชนิดของชาผู่เอ่อร์นั้น ล้วนมีความแตกต่างกันไปในเรื่องของสรรพคุณ วิธีการชงชา การเก็บรักษาและความสะดวกในการพกพา ด้วยสรรพคุณทางด้านตัวยาของชาผู่เอ่อร์ในปัจจุบัน จึงทำให้มีการตระหนักถึงคุณค่า โอกาส และความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจของชาผู่เอ่อร์
สรรพคุณของชาผู่เอ่อร์
1. ช่วยในการละลายไขมัน และควบคุมน้ำหนักที่สามารถช่วยในการละลายไขมัน และมีผลต่อการลดน้ำหนักด้วย
2.ช่วยลดความดันโลหิต และปัญหาที่เกิดจากหลอดเลือดอุดตันสามารถ ลดไตรตรีเซอไรต์ โคเลสเตอร์รอล กรดยูริค และกรดไขมันในร่างกายให้น้อยลง
3.ช่วยป้องกันและต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
4.ช่วยปกป้อง และดูแลสุขภาพฟัน เพราะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรคในช่องปากได้ จึงเป็นการช่วยดูแลสุขภาพในช่องปาก และลดการเกิดกลิ่นปากได้
5.ช่วยเคลือบและดูแลกระเพาะอาหาร
6.ช่วยชะลอความชราภาพ และเสริมความงาม เพราะมีวิตามินซี และวิตามินอีอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยในการชะลอความแก่ชรา และเสริมความงามของผิวพรรณให้กับผู้ดื่มชาผู้เอ่อร์อีกด้วย
7.ช่วยให้นอนหลับง่ายและขับถ่ายสะดวก

 

กระบวนการผลิตชาแต่ละประเภทจะมีความแตกต่างกัน

การผลิตชาถือได้ว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง

เพราะด้วยความประณีต และการควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ชาหลากหลายชนิดและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะได้ผลิตภัณฑ์ต่างๆที่มาจากชาต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนต่างๆซึ่งชาแต่ละชนิด แต่ละประเภทก็จะมีขั้นตอนที่ต่างกัน การผลิตทางการเกษตรอย่างถูกต้องและเหมาะสมสำหรับชาเพื่อให้มีคุณภาพผลผลิตและผลิตภัณฑ์ชาตรงตามมาตรฐานสากล โดยเกษตรกรสามารถปฏิบัติตามได้และปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม การจัดการสวนจะต้องมีความจริงใจใจกิจกรรมที่กำหนด

ชาแต่ละชนิดจะมีลักษณะ สี กลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ได้แก่ องค์ประกอบทางเคมีของใบชาและกระบวนการผลิตชา โดยองค์ประกอบทางเคมีของใบชาที่แตกต่างกันเป็นผลมาจากสายพันธุ์ชา สภาพพื้นที่ปลูก สภาพภูมิอากาศ ความอุดมสมบรูณ์ของ ดิน น้ำ และการดูแลรักษา ซึ่งองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกันนี้จะส่งผลต่อปฏิกิริยาเคมีที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิต ทำให้ได้ชาที่มีกลิ่นและรสชาติที่แตกต่างกันไป กระบวนการผลิตชาถือได้ว่าเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง เพราะด้วยความประณีต และการควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด ทำให้ได้ชาหลากหลายชนิดและรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะได้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มาจากชา ต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนต่างๆซึ่งชาแต่ละชนิด แต่ละประเภทก็จะมีขั้นตอนที่ต่างกัน

การจัดประเภทชาตามกระบวนการแปรรูป

– ชาขาว: ตูมชาและยอดอ่อนชาที่ถูกทิ้งให้สลด แต่ไม่ได้บ่ม เมื่อชงชาแล้วจะได้ครื่องดื่มที่มีสีเหลืองอ่อน
– ชาเหลือง: ใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลด และไม่ได้บ่ม แต่ทิ้งใบชาให้เป็นสีเหลือง
– ชาเขียว: ใบชาที่ไม่ได้ถูกทิ้งให้สลดและไม่ได้บ่ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีเขียวอ่อน
– ชาแดง: ใบของชาเขียวที่ผ่านกระบวนการออกซิเดชั่นหรือการหมัก จนได้เป็นใบชาสีเข้ม เมื่อชงจะได้เครื่องดื่มสีน้ำตาลแดง
– ชาอูหลง: ใบชาที่ทิ้งให้สลด นวด และบ่มเล็กน้อย เครื่องดื่มที่ได้จะมีสีเขียวทอง
– ชาดำ: ใบชาที่ทิ้งให้สลด และผ่านการบ่มเต็มกระบวนการ เครื่องดื่มที่ได้มีสีแดงเข้มจนถึงสีดำ
– ชาหมัก: ชาเขียวที่ผ่านกระบวนการหมักนานนับปี